นโยบายนำกรุงเทพมหานคร สู่ความเป็นเลิศ

กันยายน 17, 2008 โดย huakati

สืบทอดการทำงานจากผู้ว่าฯ คนอื่นๆ
การทำงานสืบต่อเนื่องจาก ผูว่าฯ กทม. คนอื่นๆ เช่น โครงการขนส่งมวลชนต่างๆ ให้แล้วเสร็จและการศึกษาแนวทาง การขยายตัวและปรับปรุงให้บริการการขนส่งมวลชนในอนาคต โดยเน้นให้ระบบขนส่งมวลชนเป็นหนึ่งเดียวกันทั้ง กทม. และปริมณฑล โดยผู้ใช้บริการสามารถซื้อตั๋วครั้งเดียว แต่สามารถเลือกเดินทางกับระบบขนส่งต่างๆ เช่น รถบัส เรือโดยสาร รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ได้อย่างเสรีตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยไม่ต้องซื้อตั๋วโดยสารเพิ่มเติมอีก

ทางด่วนลอดแม่น้ำ
สร้างทางด่วนลอดแม่น้ำเจ้าพระยา มีลักษระคล้ายงูเลื้อย มีส่วนหัวติดกับ จ.สมุทรปราการ ส่วนหางติดกับ จ.นนทบุรี แต่จะใช้งบประมาณที่ไม่สูงมากนัก มีลักษณะคล้ายกับที่ฮ่องกงขุดถนนลอดทะเล จะพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ตามจุดที่ถนนในอุโมงค์ออกมาข้างนอก โดยให้มีโรงเรียน พร้องสนามกีฬา โรงพยาบาล ตลาดของ กทม. จัดสร้างรองรับพื้นที่ดังกล่าว งบประมาณสำหรับการก่อสร้างจะน้อยกว่าโครงการก่อสร้างถนนอื่นๆ เพราะไม่ต้องมีการจ่ายค่าเวรคืนที่ดิน หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยระบายรถระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้เป็นอย่างดี

สร้างนครเวนิสตะวันออกอีกครั้ง
จะคืนวิถีชีวิตสู่ชุมชน และเตรียมพร้อมพื้นที่เพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากภาวะปัญหาโลกร้อน โดยเพิ่มระบบระบายน้ำด้วยการขุดคลองจากแม่น้ำเจ้าพระยาให้เชื่อมต่อกับแม่น้ำบางประกง แม่น้ำนครชัยศรี และแม่น้ำท่าจีน ให้มีลักษณะคล้ายตัวแมงป่อง โดนแม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนเป็นตัวแมงป่อง คลองที่เชื่อมแม่น้ำเปรียบเสมือนขาแมงป่อง ที่สามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างเมืองด้วยเรือเมล์ติดแอร์ราคาแระหยัด จัดสร้างท่าเรือโดยสารให้เป็นแบบชุมชนร้านค้าแบบโบราณเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้สิทธิและโอกาสต่อชุมชนนั้นๆ ในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับ กทม.

เปิดสถานีโทรทัศน์ของกรุงเทพมหานคร
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่าง กทม.และประชาชน แสดงผลงาน ความก้าวหน้าและการพัฒนาของโครงการต่างๆ ของ กทม. เป็นเครื่องมือของประชาชน องค์กรต่างๆ ที่สามารถเข้ามาใช้ในการร้องทุกข์ การแสดงผลงานและประชาสัมพันธ์ ที่จะให้ทุกฝ่ายได้มีความเข้าใจที่ตรงกันและถูกต้อง

มหาวิทยาลัยแห่งกรุงเทพมหานคร
ให้การศึกษาเรียนฟรีและมีคุณภาพ จากระดับอนุบาลไปจนถึงระดับอุดมศึกษา เริ่มโครงการเปิดมหาวิทยาลัยแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ให้การศึกษาแก่ชุมชนเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยโดยทั่วไป อีกทั้งเป็นคลังสมอง ที่ปรึกษาด้านองค์ความรู้แก่กรุงเทพมหานคร

นโยบายเร่งรัด ร.อ.เมตตา เบอร์ 3

กันยายน 17, 2008 โดย huakati

นโยบาย กินดี อยู่ดี มีความสุข ปัญหายาเสพติด อิทธิพลเถื่อน ปัญหาสังคม
ยาเสพติด
   เร่งรัดปราบปรามปัญหายาเสพติดในชุมชน สถานการศึกษาและสถานบันเทิงในเขตกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องให้ล่มสลาย และสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดกลับเข้ามาแพร่หลายอีก ภายใต้แผนปฏิบัติการ พญาช้างสารเหยียบเมือง
มุ่งป้องกันยาเสพติดแพร่หลาย ด้วยการส่งเสริมการเล่นกีฬา การร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ภาคเอกชน ในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกเลย
  
การบำบัดรักษาผู้เสพยาหรือผู้ติดยาเสพติดให้หายขาด พร้อมจัดหาช่องทางให้ผู้ติดยาได้รับโอกาสและมีหนทางที่จะกลับเข้ามาในสังคมอีกครั้ง เช่น การศึกษาต่อหรือจัดหางานให้ทำ 

ร้านเกม
     กวดขันและปราบปรามร้านเกมที่ผิดกฎหมาย กำหนดระยะเวลาเปิดปิดให้เป็นเวลา กำหนดอายุผู้เข้าใช้บริการปราบปรามและกวดขัน เด็กแว้น แก็งค์มอเตอร์ไซต์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาขน รวมถึงการตรวจสอบร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์ต่างๆ หากพบว่ามีส่วนร่วมกับแก็งค์มอเตอร์ไซต์ จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้ปัญหา เด็กแว้น หมดสิ้นไป

อิทธิพลเถื่อน (เงินกู้นอกระบบ)
     จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้า ครู กทม. และวินมอเตอร์ไซต์ ที่เป็นหนี้สินนอกระบบซึ่งระบาดแพร่หลายและสร้างความเดือดร้อนต่อกลุ่มคนเหล่านี้เป็นจำนวนมาก เช่น มีแก็งค์อิทธิพลเข้ามาทวงหนี้ลูกหนี้ ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายและบางครั้งเอาถึงชีวิต ในจุดแรก ตู่ ติงลึ่ จะเข้าประสานงานกับกลุ่มนายทุนที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ให้หยุดการทวงหนี้ในลักษณะการข่มขู่และทำร้ายร่างกาย มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย พรบ. การเงินการธนาคาร เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ต้องนอนผวาอีกต่อไป  และดำเนินกการจัดตั้งกองทุนของ กทม. เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนที่ผู้เข้าโครงการสามารถใช้บริการโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี๊ย แต่ต้องมีวินัยและความซื่อสัตย์ในการชำระหนี้คืนแก่กองทุน

ศาสนาและสังคม

ด้านสวัสดิการ

คืนกรุงธนบุรีกลับคืนให้กับคนธนบุรี
    
เนื่องจากความเจริญด้านต่างๆ ได้เจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด จนบางครั้งทำให้เกิดภาวะสุญญากาศ ทางด้านการบริหาร ที่ไม่สามารถกระจายการทำงานให้ครอบคลุม พื้นที่ กทม. ได้อย่างทั่วถึง จนทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของพื้นที่ต่างๆ เป็นอย่างมาก อีกทั้ง กรุงธนบุรี นับเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศไทยมาเป็นเวลานาน จึงควรที่จะยกย่องกรุงธนบุรีให้มีระดับที่เท่าเทียมกับกรุงเทพมหานครในทุกๆ ด้าน ซึ่งการคืนกรุงธนบุรีให้คนธนบุรีได้เข้ามาบริหารเอง นับเป็นทางออกที่ดีที่จะสร้างความภาคภูมิใจแลความก้าวหน้าให้กับชาวธนบุรี
    
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ควรมีการจัดทำประชามติสอบถามความต้องการของประชาชนเป้นอันดับแรก 

 

นโยบายนำกรุงเทพมหานคร สู่ความเป็นเลิศ

สืบทอดการทำงานจากผู้ว่าฯ คนอื่นๆ
     การทำงานสืบต่อเนื่องจาก ผูว่าฯ กทม. คนอื่นๆ เช่น โครงการขนส่งมวลชนต่างๆ ให้แล้วเสร็จและการศึกษาแนวทาง การขยายตัวและปรับปรุงให้บริการการขนส่งมวลชนในอนาคต โดยเน้นให้ระบบขนส่งมวลชนเป็นหนึ่งเดียวกันทั้ง กทม. และปริมณฑล โดยผู้ใช้บริการสามารถซื้อตั๋วครั้งเดียว แต่สามารถเลือกเดินทางกับระบบขนส่งต่างๆ เช่น รถบัส เรือโดยสาร รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ได้อย่างเสรีตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยไม่ต้องซื้อตั๋วโดยสารเพิ่มเติมอีก

ทางด่วนลอดแม่น้ำ
     สร้างทางด่วนลอดแม่น้ำเจ้าพระยา มีลักษระคล้ายงูเลื้อย มีส่วนหัวติดกับ จ.สมุทรปราการ ส่วนหางติดกับ จ.นนทบุรี แต่จะใช้งบประมาณที่ไม่สูงมากนัก มีลักษณะคล้ายกับที่ฮ่องกงขุดถนนลอดทะเล จะพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ตามจุดที่ถนนในอุโมงค์ออกมาข้างนอก โดยให้มีโรงเรียน พร้องสนามกีฬา โรงพยาบาล ตลาดของ กทม. จัดสร้างรองรับพื้นที่ดังกล่าว งบประมาณสำหรับการก่อสร้างจะน้อยกว่าโครงการก่อสร้างถนนอื่นๆ เพราะไม่ต้องมีการจ่ายค่าเวรคืนที่ดิน หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะสามารถช่วยระบายรถระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้เป็นอย่างดี

สร้างนครเวนิสตะวันออกอีกครั้ง
     จะคืนวิถีชีวิตสู่ชุมชน และเตรียมพร้อมพื้นที่เพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากภาวะปัญหาโลกร้อน โดยเพิ่มระบบระบายน้ำด้วยการขุดคลองจากแม่น้ำเจ้าพระยาให้เชื่อมต่อกับแม่น้ำบางประกง แม่น้ำนครชัยศรี และแม่น้ำท่าจีน ให้มีลักษณะคล้ายตัวแมงป่อง โดนแม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนเป็นตัวแมงป่อง คลองที่เชื่อมแม่น้ำเปรียบเสมือนขาแมงป่อง ที่สามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างเมืองด้วยเรือเมล์ติดแอร์ราคาแระหยัด จัดสร้างท่าเรือโดยสารให้เป็นแบบชุมชนร้านค้าแบบโบราณเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้สิทธิและโอกาสต่อชุมชนนั้นๆ ในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับ กทม.

เปิดสถานีโทรทัศน์ของกรุงเทพมหานคร
    
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่าง กทม.และประชาชน แสดงผลงาน ความก้าวหน้าและการพัฒนาของโครงการต่างๆ ของ กทม. เป็นเครื่องมือของประชาชน องค์กรต่างๆ ที่สามารถเข้ามาใช้ในการร้องทุกข์ การแสดงผลงานและประชาสัมพันธ์ ที่จะให้ทุกฝ่ายได้มีความเข้าใจที่ตรงกันและถูกต้อง

มหาวิทยาลัยแห่งกรุงเทพมหานคร
    
ให้การศึกษาเรียนฟรีและมีคุณภาพ จากระดับอนุบาลไปจนถึงระดับอุดมศึกษา เริ่มโครงการเปิดมหาวิทยาลัยแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ให้การศึกษาแก่ชุมชนเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยโดยทั่วไป อีกทั้งเป็นคลังสมอง ที่ปรึกษาด้านองค์ความรู้แก่กรุงเทพมหานคร

(ตู่ ติงลี่) ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ นักสู้คนจริง ใจถึง พึ่งได้ (ฟันธง) เด็ดขาด

กันยายน 17, 2008 โดย huakati

(ตู่ ติงลี่) ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ นักสู้คนจริง ใจถึง พึ่งได้ (ฟันธง) เด็ดขาด

      ระหว่าง 1-5 กันยายน 2551 ศกนี้ เป็นวันเปิดรับสมัครว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะมีจอมยุทธขึ้นเวทีประลองกันอย่างคับคั่ง     หนึ่งในนั้นก็คือ (ตู่ ติงลี่) ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ อดีตนักรบแห่ง กรมทหารราบที่ 11 (รักษาพระองค์) ที่ประกาศตัวขออาสารับใช้พี่น้อง กทม. ซึ่ง ทีมข่าวองค์กรท้องถิ่น ได้จับเข่าสัมภาษณ์ขอทราบนโยบายที่เป็น จุดขายเด่น โดนใจคน กทม.          จนต้องลงคะแนนให้แบบไม่ลังเลและไม่คิดตังค์

นโยบายเร่งด่วนเมื่อได้รับเลือกเป็นผู้ว่า กทม.

     ต้องเร่งรัดปราบปรามปัญหายาเสพติดในชุมชน สถานการศึกษาและสถานบันเทิงในเขตกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องให้ล่มสลาย และสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดกลับเข้ามาแพร่หลายอีก ภายใต้แผนปฏิบัติการ พญาช้างสารเหยียบเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกเลย

     ทั้งนี้ จะจัดที่ให้เป็นลานกีฬา ให้เด็กเยาวชนหมั่นเล่นกีฬาออกกำลังกายจัดกิจกรรมให้ทำร่วมกัน คืออย่าให้เยาวชนจับกลุ่มมั่วสุมอบายมุข และจะรณรงค์โดยร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นประจำภายใต้เจตนารมณ์ร่วมกันต่อต้านและป้องกันยาเสพติดทุกชนิด

     ต้องบำบัดรักษาผู้เสพยาหรือผู้ติดยาเสพติดให้และให้ กทม. ช่วยจัดหางานให้ทำ

     ส่วนปัญหาเด็กติดเกมส์ จนเสียการเรียนนั้น จะปราบปราม กวดขันร้านเกมส์ที่ผิดกฎหมาย กำหนดระยะเวลาเปิดปิดให้เป็นเวลา และกำหนดอายุเยาวชนที่เข้าไปเล่นเกมส์ จะตรวจให้ถูกต้องและเร่งรัดปราบปราม ตรวจสอบร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์ จะดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดเพื่อให้หมดสิ้นไป

 เมื่อถามถึงแนวทางแก้ปัญหาจราจรติดขัด แออัด ที่ทำให้คนกรุงทุกข์ใจมาอย่างยาวนาน นั้น (ตู่ ติงลี่) ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นเทพ ไปแล้ว เพราะตัดขาดอบายมุขทุกอย่าง มุ่งหน้าปฏิบัติธรรมอย่างเดียว บอกว่า เขาจะแก้ปัญหาจราจรรถติด โดยรับสมัครอาสาสมัครจราจรชายหญิงอายุตั้งแต่ 23-35 ปี

     จะให้ตำรวจจราจรเป็นผู้ผึกสอนและอบรมวินัยจราจร ให้บริการประชาชน ตามแยกสี่ และช่วยเหลือประชาชนเมื่อรถยนต์เครื่องเสียแล้วเกิดอุบัติเหตุ กทม. จะมีเบี้ยเลี้ยงแก้อาสาสมัครทุกๆ ท่าน ที่ทำงานบริการประชาชน รวมถึง อปพร. ตำรวจชุมชน(บ้าน) ให้ดำรงอยู่เหมือนเดิม แต่ปรับปรุงเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชน ร่วมกัน โดยจะหาให้มีกฎหมายคุ้มครอง และมีประกันชีวิตและสวัสดิการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการรับใช้ประชาชนซึ่งถือเป็นนิมิตใหม่ของผู้นำชุมชน คณะกรรมการชุมชนและพี่น้องอาสาสมัครผู้เสียสละรับใช้ประชาชน มีผู้นำที่เป็นนักสู้ คนจริง พึ่งได้ (ฟันธง) เด็ดขาด คุณภาพชีวิตในสังคมเมืองได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

 เมื่อถามถึงปัญหาน้ำท่วมขังและการรับมือภัยธรรมชาติ  ตู่ ติงลี่ กล่าวอย่างอารมณ์ดี

     จะคืนวิถีชีวิตสู่ชุมชน และเตรียมพร้อมพื้นที่เพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งวิธีการนั้นจะขุดคลองระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลไปสู่ แม่น้ำบางประกง ระบายออกสู่แม่น้ำนครชัยศรี และแม่น้ำท่าจีน ลักษณะตัวแมงป่อง เปรียบเสมือนแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นตัวแมงป่อง ขาแมงป่องเปรียบเสมือนคลอง และจะใช้คลองเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ โดยมีเรือโดยสารติดแอร์ราคาประหยัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่สัญจรคมนาคมเดินทาง อยู่ในการควบคุมของกทม. โดยให้ภาคเอกชนยื่นประมูลเป็นการบริการร่วมกันระหว่างกทม. และภาคเอกชน

     ระหว่างเรือโดยสารติดแอร์วิ่งรับส่ง ผู้โดยสารนั้นจะมีท่าจอดเรือ แต่ละท่าจอดเรือจะมีกาแฟโบราณและสินค้าพื้นบ้านและสมุนไพรไทยพร้อมอาหารจำหน่าย โดยพี่น้องที่อยู่ชุมชนหรือชุมชนใกล้เคียงเป็นผู้จัดจำหน่ายเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ใช้สินค้าไทย     จะมีการสร้างทางด่วนลอดแม่น้ำเจ้าพระยาลักษณะคล้ายงูเลื้อย มีส่วนหัวติดกับ จ.สมุทรปราการ ส่วนหางติดกับ จ.นนทบุรี แต่จะใช้งบประมาณที่ไม่สูงมากนัก เหมือนที่ฮ่องกง ขุดถนนลอดทะเล เมื่อทางด่วนโผล่ฝั่งไหนให้มีโรงเรียน พร้อมสนามกีฬา โรงพยาบาล ของ กทม. ตลาด ของ กทม.เพื่อขายสินค้าของไทยราคาประหยัด ค่าเวรคืนเสียหายไม่มาก และยังช่วยระบายรถได้มาก ไม่เสียทัศนียภาพ     นอกจากนี้ยังจะเน้นแก้ปัญหาน้ำเน่าเหม็น คลองตื้นเขิน เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค จะใช้วิธีขุดคลอง ลอกท่อและบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดี โดยใช้หลักการ4 ประสาน ซึ่งได้แก่ ทหารช่าง อปพร. นักเรียนช่างกลและผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ เพราะทหารช่างมีความพร้อมของเรื่องยุทโธปกรณ์พร้อม พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ประทับใจประชาชนใน กทม. ทุกๆ ท่าน     และในอนาคต กทม. จะมีรถรางโดยสารวิ่งรอบเมือง บริการฟรี บนทางวิ่งบัสเลนน์จะมีสัญลักษณ์ของ กทม. ช้างสามเศียร สีรถรางจะเป็นสีเขียวขาว

เมื่อมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แล้ว ตู่ ติงลี่ บอกว่า มีแผนจะเปิดสถานีโทรทัศน์กรุงเทพมหานคร ขึ้นมา 1 ช่อง โดยติดต่อขอเช่าช่องสัญญาณจากบริษัทไทยทีวีถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ทราบข่าวสารและผลงานที่ผู้ว่าประกาศนโยบายอย่างชัดเจน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ร้องทุกข์ถึงความเดือดร้อน พร้อมทั้งให้ประธานชุมชน และคณะกรรมการได้แถลงผลงานและวิสัยทัศน์ เพื่อความเข้าใจและร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ โดยมีความรู้รักสามัคคี     ส่วนนโยบายของท่านอดีตผู้ว่า กทม. จะสานต่อโครงการไหนถ้ามีประโยชน์ต่อประชาชนจะรับดำเนินการสานต่ออย่างฉับพลัน     จะสนับสนุนกิจกรรมของพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาใดๆ ก็แล้วแต่ ทาง กทม.จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนทันที เพราะศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ส่วนพี่น้องไทย-มุสลิม จะได้มีโอกาสแสวงบุญที่ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย มัสยิดละ 2 ท่าน ชาย 1 ท่าน หญิง 1 ท่าน เนื่องจากพี่น้องไทยมุสลิม บางครอบครัวยังมีฐานะยากจน เพราะตอนผมเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 4โรงเรียนกิ่งเพชร (เขตราชเทวี) มีเพื่อนเป็นชาวไทย-มุสลิม บ้านครัวเหนือ-บ้านครัวใต้ เป็นจำนวนมาก จะมอบหมายให้โต๊ะอิหม่ามหรือผู้นำศาสนา ครูสอนศาสนา และคณะกรรมการมัสยิด เป็นผู้ดำเนินการให้มีการจับสลาก ทาง กทม. เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในเทศกาล รามาดอน ถือศีลอดของทุกๆ ปี โดยมี คุณเกชา เปลี่ยนวิถีและคุณฤทธิ์ ฤาชา เป็นที่ปรึกษา และคุณ อนุชา แห่งวงแฮมเมอร์      เรื่องขอทาน คนเร่ร่อน คนจรจัดและยากไร้ กทม.จะจัดตั้งศูนย์พักฟื้น และบำบัดรักษาพยาบาล และสตรีที่น่าสงสารที่ขายบริการทางเพศตามสวนสาธารณะของ กทม.จะจัดตั้งศูนย์ เมตตาธรรม เพื่อช่วยเหลือฝึกอาชีพ ทำสวนครัว ปลูกผัก พริก ขี้หนู มะนาว มะกรูด พืชสมุนไพร เป็นต้น เย็บปักถักร้อยและงานหัตกรรม เป็นการร่วมด้วยช่วยกันให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ด้วยกันดำรงชีพอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง     จะขอความร่วมมือไปยังตำรวจนครบาล ให้ทำการปิดถนนอังรีดูนังค์ในวันหยุดและวันนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลลา 17.00 ถึง03.00 น. เพื่อเป็นถนนบันเทิงเป็นแหล่งท่องเที่ยว และซื้อสินค้าโอท็อป เวลาค่ำคืน และเป็นศูนย์รวมของสาวประเภทสอง กลุ่มรักร่วมเพศ ทอม และเกย์-ควีน เป็นต้น เพราะมนุษย์ในโลกนี่มีคุณค่าทุกๆ คน ต่างกันก็เพียงแต่เลือกเกิดไม่ได้ ถนนคนเดินแห่งนี้คาดว่าจะนำเงินตราเข้าประเทศได้ไม่น้อย     พ่อค้า-แม่ค้ามีงานทำ มีรายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัว และลูกๆ ได้รับการศึกาา ปี 2552 นี้ กทมฯ มีงบประมาณ 54,000 ล้านบาท (ห้าหมื่นสีพันล้านบาท) จะจัดสรรงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชั้นรากหญ้าให้มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากและขับเคลื่อนได้ และคนชั้นกลางและชั้นสูงก็จะให้ความเมตตาเห็นด้วยกับนโยบายของกระผม เพราะกระผมเป็นเด็กยากจนมาก่อน เกิดในสลัมน้ำคลำ เป็นคนที่อิ่มแล้วไม่ลืมหิว จนสังคมขนานนามว่า ทหารนักบุญ

      ด้านสวัสดิการ

  • กทม. จะตั้งศูนย์กลาง (เซ็นเตอร์) ช่วยเหลือนักศึกษาที่จบปริญญาให้มีงานทำ โดยฝึกอบรมให้จบหลักสูตร และประสานไปยังธุรกิจภาคเอกชน และภาครัฐเมื่อต้องการนักศึกษาเข้าทำงานแต่ละสาขาอาชีพที่จบการศึกาาระดับปริญญา โดยผ่านการฝึกอบรม ด้านคุณธรรม และจริยธรรม
  • ก่อสร้างบ้านพักราชการ กทม. และลูกจ้าง เนื่องจากข้าราชการ กทม. และลูกจ้างยังเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมากบางท่านบ้านอยู่เขตหนองจอก เดินทางมาทำงานที่เขตหนองแขมระยะทางห่างกันประมาณ 70 กม. เสียเวลาเดินทางตั้งหลายชั่วโมงและท่านใดมีรถยนต์ก็สิ้นเปลืองน้ำมัน จะปรับย้ายให้ความเป็นธรรมให้ที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านพัก
  • จะมอบหมายให้เทศกิจบริการประชาชน อาทิ เช่น ตรวจร่วมกับตำรวจนครบาล (โดยมีตู้เขียวของ กทมฯ) ให้ตรวจตราตามหมู่บ้านจัดสรร ทุกๆ หมู่บ้านเช้า-เย็น ขณะที่ประชาชนวิ่งออกกำลังกาย และยามค่ำคืนเพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และเฝ้าธนาคาร และร้านทอง และอื่นๆ เมื่อภาคเอกชนขอมา
  • จะรับสมัครนักศึกษาหญิงที่จบปริญญาตรี มาเป็นเทศกี๋ (เทศกิจหญิง) เพื่อดูแลจัดระเบียบร้านค้าแพงลอย และอำนวยความสะดวกให้เด็กนักเรียน คนพิการ และผู้สูงอายุเวลาข้ามถนนหรือขึ้นสะพานลอย
  • จะปลูกไม้ผลให้ทั่ว กทม. อาทิ เช่น มะม่วง ชมพู ผรั่ง มะเฟือง กะท้อน เป็นต้น และให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าเก็บกินโดยเสรี มอบหมายให้ฝ่ายรักษา (กวาดถนน) เป็นผู้รับผิดชอบเขตทุกเขตจะเปิดทำการ 24 ชั่วโมง เพื่อบริการประชาชนหาเช้ากินค่ำ-หาค่ำกินเช้า กลางคืนเปิดเฉพาะบางแผนกที่ประชาชนต้องการให้บริการมาก ตามความเหมาะสมและทุกๆ เขตจะมีอาหารบุพเฟ่ไว้บริการประชาชนทุกหมู่เหล่า ตั้งแต่ 10.00-14.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ อิ่มละ 20 บาท รับประทานได้ทุกอย่าง มีน้ำดื่ม ขนมหวาน และผลไม้ แถมฟรี ห้ามรับประทานเหลือหรือห่อกลับบ้าน จะให้เอกชนมาประมูล เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างประชาชนกับประชาชนอย่างมีความสุข
  • จะคืนกรุงธนบุรีกลับคืนให้พี่น้องชาวธนบุรี เป็นธนบุรีมหานคร (จัดการเลือกตั้งสรรหา)
  • จะสร้างมหาวิทยาลัยแห่งกรุงเทพมหานคร โรงเรียนสาธิตกรุงเทพ เพื่อยกระดับพื้นฐานตั้งแต่เด็กเล็ก ไปจนถึงมหาวิทยาลัย โดยให้เรียนฟรีจนจบมหาวิทยาลัย
  • จะเปิดสวนธารณะทุกๆ แห่ง และฟื้นฟูชมรมผู้สูงอายุ ชมรมอนุรักษ์เพลงเก่า ให้ฟังธรรม ฟังเพลง
  • จะตั้งศูนย์ไอที http://www.tu-tinglee.info ให้เด็กๆ มาเล่นในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง
  • จะต้องไม่มีช้างเร่ร่อนโดยเด็ดขาด เพราะช้างต้องอาศัยอยู่ตามภูมประเทศที่เป็นป่าเขา แต่ในซอยคาวบอย ถนนอโศกตัดสุขุมวิท มีช้างเร่ร่อนจำนวนหลายเชือกด้วยกัน พบเห็นแล้วเป็นที่น่าสงสารบางครั้งควานช้างเอายาบ้าผสมกับน้ำให้ช้างกิน
  • กระผมได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่พี่น้องเลือกกระผมเป็นผู้ว่า กทม. ณ วันที่ กระผมเข้ารับตำแหน่งต้องไม่มีช้างเร่ร่อนเดินอยู่ใน กทม. โดยเด็ดขาด หากพบว่ายังมี ผ.อ.เขตจะต้องถูกโยกย้ายทันทีถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่
  • สุนัขจรจัดหรือสุนัขบ้า กทม.จะทำการเร่งดำเนินการจับกุมเพื่อปฐมพยาบาลรักษา ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันพิษสุนัขบ้า และจับตอนคุมกำเนิด โดยมอบหมายให้ปศุสัตว์แต่ละเขตเป็นผู้รับผิดชอบ
  • ตั้งกองทุนช่วยเหลือพ่อค้า-แม่ค้า กทม. และวินมอเตอร์ไซต์รับจ้าง เพื่อนำไปปลดหนี้นอกระบบร้อยละ 20 ซึ่งระบาดแพร่หลายอย่างมาก ดังที่เป็นข่าวเสมอ มีอิทธิพลเถื่อน แก็งทวงหนี้ ข่มขู่ถึงเอาชีวิต ทำร้ายร่างกายผู้ด้อยโอกาสและอ่อนแอ กทม. จะให้ระยะเวลา 4 ปี ส่งคืนของ จำนวนเงิน และไม่คิดดอกเบี้ย กทม. ยุค ตู่ ติงลี่ เป็นผู้ว่าจะประสานกับกลุ่มนายทุนปล่อยเงินตามกฎหมายตาม พรบ. การเงิน, การธนาคาร ประชาชนผู้อ่อนแอกว่า และด้อยโอกาสจะไม่ต้องนอนผวาอีกต่อไป

ขออวยพรให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ทุกหมู่เหล่าและสื่อมวลชนทุกๆ แขนง จงอยู่เย็นเป็นสุข มั่งมีศรีสุข พุธโธ ธัมมัง (มีสตางค์เยอะๆ ) โปรดเลือก ทหารนักบุญ ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ นัก (ตู่ ติงลี่) สู้คนจริง  ใจถึง พึ่งได้ (ฟันธง) เด็ดขาด

ชิงดำพ่อเมืองกรุง…ระวังม้าฟลุ๊ค

กันยายน 17, 2008 โดย huakati

ขยับเข้าสู่โค้งสุดท้าย ก่อนนับถอยหลัง สู่การเลือกตั้งครั้งใหม่จากที่ กกต.เมืองกรุงได้ตีฆ้องตีกลองยาวให้ 5 ตุลาคม 2551 เป็นวันดีเดย์…ยึดหัวหาดสนาม กทม.
 

จึงเป็นที่น่าจับจ้องว่า “ใคร” จะเป็นผู้หยิบชิ้นพุงปลาในสมรภูมิเลือกตั้งผู้ว่า ฯ กทม. จนเข้าไปบริหารจัดการ…มหานครกรุงเทพ ในช่วง 4 ปีต่อจากนี้
 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงฝีไม้ลายมือของผู้บริหาร กทม.ชุดกระดำกระด่างลาง ที่ไร้ความคืบหน้าแห่งผลงาน รวมถึงคดีความอีกพะเรอเกวียนที่กลายเป็นชนักติดหลัง ไม่ว่าจะเป็น ฮั้วประมูลอัจฉริยะ “เมล์ด่วนบีอาร์ที” หรือแม้แต่โครงการเจ็ดชั่วโคตร “ทุจริตรถ-เรือดับเพลิง” มูลค่ากว่า 6.7 พันล้านบาท รวมไปถึงคดี “ฮั้ว 16 โครงการฉาว” ที่ยังรอการเช็กบิลและอีกหลากหลายโครงการ
 เป็นเหตุให้คน กทม. จำต้องปรับเปลี่ยนมุมมองในการพิจารณา “เลือก” ผู้ที่จะเข้ามาปัดกวาดหน้าบ้านให้น่ามอง โดยไม่มีขยะซุกไว้ใต้พรม
 เพราะตอนนี้ คน กทม. เรื่มจะเข็ดขยาดกับผลงานคอรัปชั่นบันลือโลก และเกรงจะผิดหวังกับผลงานที่ล้มเหลวในการบริหารเมืองหลวง
 

ยิ่งใกล้เวลา…นับถอยหลัง ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” ก็เริ่มทยอยเปิดตัว ขณะที่บางส่วนได้ “โยนหินถามทาง” เช็คเรตติ้งก่อนตัดสินใจเข้าสู่สมรภูมิ กทม.
 จึงมิใช่เรื่องแปลกที่ “ปี่กลองการเมือง” จะลั่นสะท้านเมืองกรุง มีการชักธงรบแบบไม่ม่คำว่ายั้งมือ สงครามการต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ระหว่างสองพรรคใหญ่ คือ พรรคประชาธิปัตย์และพลังประชาชน รวมทั้ง “ผู้ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง” ที่พร้อมแต่งตัวลงขับเคี่ยวในนามผู้สมัครอิสระ
 เชื่อขนมกินได้ว่า…สนาม กทม.เที่ยวล่าสุด จะมีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีการเลือกตั้งมา!??

……………………………….

ดีเบตร่างทรง ปชป. VS พรรคนอมินี
 แม้จะเป็นช่วง “โยนหินถามทาง” ของบรรดาผู้สมัครประเภท “ม้าเต็ง” และไม้ประดับ จะมีใครแหวกผ่ากระแส ตามแหล่งต่อกรชิงชัยหนนี้ ปะทุสมรภูมิ กทม. ให้เดือดพล่าน!!
 เช่นเดียวกับ “หน้าเก่าพะยี่ห้อ” อภิรักษ์ โกษะโยธิน ในครบไคล้ “ร่างทรง” ค่ายประชาธิปัตย์ที่พยายามปัดฝุ่น รีไซเคิลนโยบายประชานิยมมาเป็น “ธงนำ” เพื่อโกยคะแนนนิยมจากชาว กทม. หวังให้แต้มต่อกลับมาอยู่ในกำมือ “ประชาธิปัตย์”
สำหรับ “วาระประชาชน” ที่ถูกหยิบฉวยนำมาแปรรูป เพื่อเป็นจุดขายในคราวนี้ ก็ไม่แตกต่างไปจาก “นโยบายประชานิยม” ที่นำ “นโยบายขายฝัน” มาเป็นตัวล่อ “ซื้อเสียง” ชาว กทม.
 นับเป็นภาพพลิกฟื้นยุทธศาสตร์ “การตลาดนำการเมือง”
จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาว่า…เป็นวาระซ่อนเร้น!?
 พลันที่ค่าย ปชป. ส่ง “อภิรักษ์” เป็นตัวยืน ทว่าในขั้วพลังประชาชนกลับไม่มีบทสรุปสำหรับการวางตัว “ผู้สมัคร” เพราะมีตัวเลือกที่หลากหลาย ให้ต้องดีเบตกันในยกแรก เพื่อแย่งโควตาตัวแทนพรรคลงชิงดำ
 ที่เต๋งจ๋ามาแรง เห็นจะเป็นทายาทซอยราชครู “ปานปรีย์ พหิทธากูร” ที่ปรึกษาขุนคลัง “หมอเลี๊ยบ” สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
 ส่วนการที่ “ปานปรีย์” ได้รับการ “จั่วหัว” ว่าจะเป็น แคนดิเดตมุ่ง พปช. ก็เพราะมีดีกรีเป็นคนสนิท ของนายหญิงแห่งวังหลังส่องหล้า และมีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรคหลายๆ คน
 ส่วนอีกขั้วในค่ายเรือใบสีฟ้า พลังประชาชน มีทั้ง “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีตบอสใหญ่ตลาดหุ้นไทย ที่เคยป้วนเปี้ยนในแวดวงฟุตบอลไทยอยู่พักใหญ่ ทั้งดีกรีในด้านเศรษศาสตร์การเงินที่เข้าขั้น เซียนเหยียบเมฆทำให้จุดเด่นของ กิตติรัตน์ อยู่ที่การแก้วิกฤติปากท้องชาวกรุงเทพฯ ที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส จึงทำให้บุคคลผู้นี้ถูกยกให้เป็นที่จับตามอง
 ขณะที่ “บิ๊กสีกากี” เฉกเช่น “พล.ต.ท. พงศพัส พงษ์เจริญ” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่เคยประกาศตัว…เข้าชื่อในทีมรองผู้ว่าฯ ของ “เจ็บิ๊ก” ปวีณา หงสกุล ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หนที่แล้ว เมื่อปี 2547 ก้มีชื่อเป็น “แคนดิเดต” ล่าเก้าอี้แสนล้านตัวนี้เช่นกัน
 แต่ดูแล้ว  “พงศพัศ” น่าจะฉลาดพอที่จะปฏิเสธ เพราะยังเหลือเวลารับราชการตำรวจอีกยาวนาน 8ปี หากเจ้าตัวยังไม่อยาก “ตกม้าตายกลางสนามรบ” จากการต่อกรชิงชัย ในสมรภูมิ กทม.
 อีกหนึ่งตัวตายตัวแทน มีชื่อ  “ปลอด ประสพ สุรัสวดี” อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ซึ่งมีคดีอื้อฉาว “ส่งเสือไปจีน” และเป็นคนปลุกปล้ำสวนสัตว์ที่เชียงใหม่จนดังเป็นพลุแตกเมื่อเร็วๆ นี้
 แต่ก็ยังได้รับการ  “คัดท้าย” จากแกนนำมุ่งวังทองหลาง ของ เจ๊หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซากศพบ้านเลขที่ 111 ทรท. จนอาจกลายเป็น ผู้สมัคร…แหกโผ จากมุ้ง พปช. ก็เป็นได้??
 ขณะเดียวกัน กทม. ยามนี้คงไม่มีใคร “ดี-เด่น-ดัง” เกินหน้าเกินตา อดีตมือปราบสายเดี่ยว ร.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ที่เกาะกระแส ดร.ปุ…ฟีเวอร์ ถูกสังคมเรียกร้องให้ลงชิงดำผู้ว่าฯ กทม.หนนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่สุดจะคาดเดา หากว่านักการเมืองตงฉินผู้นี้จะเมินคำมั่นที่เคยประกาศชัดว่า จะไม่ลงเล่นการเมืองในช่วงนี้ เพราะติดเรื่องความสง่างาม รวมทั้งยังมีคดีหวยบนดิน และคดีความอีกพะเรอเกวียนที่คาบเกี่ยวกับอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทย รอการพิจารณาอยู่ในชั้นศาล
 แต่ทั้งหลายทั้งปวง ยังเป็นแค่การโยนหินถามทาง หยั่งกระแสคน กทม. เท่านั้น
หากจะให้ชัดก็ต้องรอให้การตัดสินคดียุบพรรคพลังประชาชนผ่านพ้นไปเสียก่อน จึงสามารถฟันธง  “หนังหน้าไฟ” ที่พร้อมลงขับเคี่ยวในนามพรรคนอมินี  “พลังประชาชน”

……………………

 ข่าวคราวผู้สมัครของสองขั้วการเมืองใหญ่ แย้มพลายออกมามิขาดสาย จนหลายคนเริ่มเบื่อจนแทบสำรอก  “ทีมข่าวองค์ท้องถิ่น” จึงต้องหมายเหตุ หยิบยกผู้สมัครประเภท “ม้ามืด…ไม้ประดับ” มาเปิดตัว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่แตกต่าง เพื่อให้ชาว กทม. ได้ ทำความรู้จัก พร้อมกับ  “เจาะลึก” นโยบายและวิสัยทัศน์ในการจัดการกรุงเทพมหานคร!?
 
  “ตู่ ติงลี่” ทางเลือกใหม่ผู้ว่าฯ กทม.
 สำหรับ  “ม้ามืด” ที่อาจกลายเป็น ม้าฟลุ๊ค หรือม้านอกสายตา กับชื่อของ ตู่ติงลี่ หรือ ร.ต.เมตตา เต็มชำนาญ ที่พอจะคุ้นหูชาว กทม. กันบ้าง…
 เพราะเป็นหนึ่งในผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. รอบที่แล้ว เมื่อลงขับเคี่ยวกับ  “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ในศึกเลือกตั้งเมื่อปั 2547 รวมไปถึงการลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อครั้งล่าสุด…แม้ทุกคราวจะต้องอกหัก สอบตกในสนามเลือกตั้ง
 แต่ก็ไม่ทำให้คิดท้อถอย…??
 จากเส้นทางทหารนักรบ พลิกผันสู่เวทีการเมือง ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาท้องถิ่น…ปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้สามารถรองรับกับการเติบโตของกรุงเทพมหานคร
 ตามมุมความคิดที่ว่า…ประชาชนต้องมาก่อน!?
 แม้หนทางจะมีขวางหนามขวางกั้น แต่เมื่อยี่เกรูดม่านเก็บฉาก จึงได้ฤกษ์เบิกผู้สมัครหน้าเก่าพะยี่ห้อ  “ตู่ ติงลี่” มาเปิดนโยบายตะกอนความคิด และวิสัยทัศน์ในการพัฒนากรุงเทพมหานคร
 หลังจากพูดคุยกันพอสังเขป  “ตู่ ติงลี่” ได้แจกแจง…แนวยโยบายเกี่ยกับการพัฒนาชุมชนเมืองอย่างน่าสนใจ…!!
 ผมมีนโยบายจัดเบี้ยเลี้ยงรายวันรายสัปดาห์ ให้อาสาสมัครชุมชน เช่น ในเรื่องการสาธารณะสุขจะจัดให้มี  “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่” ไว้บริการคนในชุมชน โดยให้แพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์เข้าไปตรวจบำบัดและปฐมพยาบาลรักษาเบื้องต้น
 ทั้งนี้จะได้ไม่ต้องมาตรวจที่โรงพยาบาลเข้าคิวรอหมอตีสี่ตีห้าเพราะบางรายเป็นผู้สูงอายุหรือร่างกายพิกลพิการ ทำให้มาหาหมอที่โรงพยาบาลไม่สะดวก
 ซึ่งหาก  “ตู่ ติงลี่ ” ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ ได้รับโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ ก็ให้ความเชื่อมั่นว่า…จะทำให้คุณภาพชีวิต ทุกคนดีขึ้น!?
 พร้อมกันนี้ จะพลักดันให้อาสาสมัครฯ ได้รับผิดชอบงานบริการประชาชน เช่น ลอกท่อระบายน้ำ เดินสายไฟส่องสว่างในชุมชน รวมทั้งช่วยป้องกันเหตุไฟใหม้ภายในชุมชน
 สำหรับนโยบายด้านจราจร จะให้อาสาสมัครฯ ได้ช่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องการจราจร เนื่องจากกำลังตำรวจมีน้อยในกรุงเทพมหานคร ต้องทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ ต้องผจญปัญหามลพิษตลอดทั้งวัน วันไหนฝนตก ตอนเย็นรถติดมาก ก็จำเป็นต้องเสริมกำลังอาสาสมัครจราจรของกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นเรื่องที่ชุมชนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน
 นอกจากนี้ อาสาสมัครฯ จะได้เบี้ยเลี้ยงเป็นค่าตอบแทนการทำงาน โดยจะจัดการตั้ง กองทุน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะเร่งรัดให้การเบิกจ่ายเป็นไปอยากรวดเร็ว ไม่มีปัญหาจ่ายเงินล่าช้า จนการแก้ปัญหาภายในชุมชนเมืองต้องติดขัดหรือมีอุปสรรคขวางกั้น
 ส่วนเรื่องความปลอดภัย จะติดกล้องวงจรปิด ซีซีทีวี ไว้เพื่อตรวจสอบบุคคลภายนอกที่แอบแฝงมาซื้อหรือขายยาเสพติดในชุมชน และยังเป็นการ  “ล้อมคอก” โจรผู้ร้ายที่อาจจะก่อเหตุในพื้นที่เปลี่ยวหรือจุดเสี่ยงต่างๆ ในพื้นที่ กทม.
 อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร มิได้มีเพียงเท่านี้ ยังให้บทบาทในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล (บช.น.) แก้ไขปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เป็นผู้สอดส่องปัญหาความเสื่อมโทรม เพื่อแจ้งให้กับหน่วยงานรับผิดชอบ ดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป
 พร้อมกันนี้ จะให้มีการตั้งศูนย์รับเลี้ยงเด็กอ่อนและช่วยเหลือผู้พิการ ผู้สูงอายุในชุมชน โดยให้อาสาสมัครเป้นผู้ปฏิบัติ มอบให้ประธานชุมชนและคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้ประสานงาน โดยกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ออกงบประมาณค่าใช้จ่ายให้กับทุกๆ ชุมชน
 สำหรับสวัสดิการที่หลายคนต้องการให้มีการ  “ปรับปรุง” เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม  “ตู่ ติงลี่” ได้ตอกย้ำให้  “ทีมข่าว กทม.” ฟังว่า จะเริ่มดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิดเพื่อเป็นการช่วยเหลือค่านม และค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ผู้ปกครองต้องแบกรับ โดยให้นำสูติบัตรมารับเงินช่วยเหลือได้ที่ประธานชุมชน หรือคณะกรรมการชุมชน ซึ่งคนในชุมชนจะเป็นผู้ตรวจสอบกันเอง อย่างรอบคอบ ก่อนที่จะใช้จ่ายในเรื่องใดๆ
 ทั้งนี้ทั้งนั้น กทม. ต้องจัดให้มี “งบสำรอง” ให้แก่ทุกชุมชน ไว้ใช้แก้ปัญหาภายในชุมชน มีการฝึกอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งๆขึ้นไป
 ขณะเดียวกัน  “ตู่ ติงลี่” ได้เปิดมุมความคิดที่แตกต่างในการแก้ปัญหาชุมชน
 โดยจะให้ประธานชุมชนทุกๆ ชุมชนในพื้นที่ กทม. ร่วมเป็นที่ปรึกษา  “ด้านการพัฒนาชุมชนเมือง”  โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างข้าราชการและชาวชุมชนกว่า 1,800 แห่ง จำแนกในแต่ละพื้นที่ ส่วนคณะกรรมการชุมชนที่มีอยู่ ก้ให้เป็นคณะอนุกรรมการของที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เพื่อให้ทำงานใกล้ชิดกับผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
 นอกจากนี้จะให้ความช่วยเหลือผู้พิการ ผู้สูงอายุ ให้มีเงินเดือนหรือดำรงชีพอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่ประธานชุมชนหรืออนุกรรมการเห็นสมควรให้พิจารณาขอมา  “ตู่ ติงลี่” ฟันธง จ่ายทันที!!

………………………

คืนชีวิตสู่ชุมชนเมือง!?
 ส่วนด้านการพัฒนาและสันทนาการ “ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ” ได้รับการสนัสนุนจาก  “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่รับอาสามาเป็นประธานด้านการพัฒนากีฬา เพื่อสอนเด็กๆ ตามชุมชนแออัดใน กทม. เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และเป็นการเสริมสร้าง “คุณภาพชีวิต” ให้ห่างไกลกับสิ่งเสพติดที่แพร่ระบาดในชุมชนแออัด
 เมื่อถามถึงการจัดการด้านการศึกษา “ร.อ.เมตตา” ย้ำถึงแนวคิดในการจัดสร้าง “ศูนย์การศึกษาครบวงจร” โดยจะสร้างโรงเรียนให้ครอบคลุมในทุกระดับการศึกษา และทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และเป็นการช่วยเด็กยากจนตามชุมชน ให้ได้มีโอกาสเรียนจนจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย
 ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นทุนเรียนฟรี โดยการสนับสนุนของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งการบริจาคโดยภาคเอกชน และองค์กรชุมชนต่างๆ
ปัญหาด้านคุรภาพชีวิตของประชาชน สิ่งสำคัญที่สุด ก้คือ การพัฒนาด้านการศึกษา เพราะส่วนมากเด็กที่เรียนไม่จบเนื่องจากไม่มีทุนเรียนต่อ ครอบครัวยากจน ไม่มีเงินค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าอุปกรณ์การศึกษาที่ต้องซื้อเพิ่มเติม จากที่ กทม. อุดหนุนให้เฉพาะค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ และค่าอาหารกลางวัน แต่ยังไม่ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน จึงกลายเป็นปัญหาแก้ผู้ปกครอง เด็กยากจนเหล่านี้ เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้เรียนต่อปริญญา และเป็นเยาวชนที่ดีของประเทศชาติสืบไป
 ส่วนเรื่องคอมพิวเตอร์ จะติดตั้งไว้ที่ทำการชุมชน ให้เด็กๆได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย ศีลธรรมอละวัฒนธรรมประเพณีของไทย รวมทั้งสิ่งที่ดีงามตามวิธีชุมชนเพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ภายในชุมชุน

………………………………………..

“สตอร์ม เซิร์จ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว!?
สำหรับปัญหาที่คนกรุงเทพฯ เริ่มตื่นตัว ก็คือวิบัติภัย สตอร์ม เซิร์จ หรือภาวะน้ำเอ่อล้นและคลื่นยักษ์ซัดฝั่ง ร.อ.เมตตา เต็มชำนาญ ให้ความเห็นว่า จะมีการซักซ้อมรับมือภัยธรรมชาติ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุภัยพิบัติ ซึ่งหากเกิดคลื่นยักษ์จริง ก็สามารถแจ้งให้ประชาชนได้ทราบก่อนล่วงหน้า 4-6 วัน
โดยเฉพาะใน พื้นที่เสี่ยง จะกำหนดสีแสดงในแผนที่ เพื่อบอกถึงความรุนแนงระดับต่างๆ โดยสีแดง คือ พื้นที่ภัยพิบัติรุนแรงสีส้มรุนแรงน้อย สีเหลืองและสีเขียว คือพื้นที่น้ำท่วมเพียงเล็กน้อย ซึ่งเรื่งอนี้เป็นเรื่องสำคัญต้องให้จัดทำแผ่นพับแจกให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง
ส่วนแผนแก้วิกฤติจราจรกรุงเทพฯ จะเสนอให้อุโมงค์คลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เหมือนกับที่ฮ่องกง ซึ่งมรถนนลอดใต้ทะเล ทำเป็นลักษณะงูไขว้ใต้แม่น้ำ จะเลื้อยแบบงูเลื้อย โผล่ชึ้นมาจะมีชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล ซึงจะเป็นการแก้ปัญหาจราจรใน กทม.ได้เป็นอย่างดีแต่ก็ติดขัดเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ กทม.ที่ไม่เพียงพอ จึงอาจมีการเสนอของบอุดหนุนจากรัฐบาลส่วนหนึ่งเพื่อเร่งรัดดำเนินการต่อไป
ส่วนที่เป็นไฮไลต์ ก็คือ เรื่องการปรับปรุงท่าเรือสัญจร โดยเน้นคอนเซ็ปต์ วิถีชุมชน

ซึ่งจะมีกาแฟโบราณ สินค้าพื้นบ้านผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยแต่ละชุมชนจะนำออกมาจำหน่าย เพื่อเป็นการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชนเมือง สอดรับปรัชญา  “เศรษฐกิจพอเพียง” ได้เป็นอย่างดี!?!

Hello world!

กันยายน 17, 2008 โดย huakati

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!